วงการแฟชั่นขาลง "สุดขีด"
posted on 06 Feb 2009 23:43 by witchcrafts in fashion
ภาพนี้มากจากการถ่ายแบบพิเศษกับโปรเจค "We're just trying to survive" ของเหล่าดีไซเนอร์ในUS
แปลเป็นไทยก็ "รวมกันเราอยู่ แยกกันอยู่กูเจ๊ง"นั้นเอง
ผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจระส่ำระส่าย ส่งไปยังเหล่าแบรนด์ต่างๆทั่วโลก กับแบรนด์ดังๆนั้น อาจจะสายป่านยาว ได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่สะดุดเท่าไหร่ แต่กับ แบรนด์ของดีไซเนอร์หน้าใหม่ทั้งหลาย ที่เพิ่งจะเริ่มมีทุน มีกำรี้กำไร การที่ยอดขายตกลงกว่า 30 -40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ House ของพวกเค้าได้รับผลกระทบแน่นอน
ผลที่ออกมาคือการโดนลดการสั่งซื้อจากห้างต่างๆ Buyer ต่างบายของน้อยลง ทำให้HOuse ต้องลดต้นทุนการผลิต คิดให้หัวแตกว่าอันไหนที่จะขายได้ง่ายที่สุด หยุดสร้างสรรค์ผลงานบรรเจิดแบบขายไม่ได้ชั่วขณะ และยกเลิกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเสีย
อย่าง มาร์ค จาค๊อบ เจ้าแม่เว่อร์วัง ปีนี้ลดขนาดเต้นท์จาก 1200 คน ลงเหลือแค่ 700 แถมแคนเซิล After Party เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย
เหล่าดีไซเนอร์รุ่นใหญ่ ต่างกันเฮละโลกลับไปหาของเก่า ไอเทมฮิตที่เคยขายได้ และยังขายดี เอากลับมา Remake กันใหม่อย่างสนุกสนาน เอาหล่ะว่ะ หากินกับของที่ขายได้ ดีกว่าทำส่งใหม่แล้วนิ่งอยู่บนราวแน่นอน
บ้านเราก็ไม่น้อยหน้า
ได้พูดคุยกับพี่ดีไซเนอร์หลายท่านก็เปรยๆว่า เป็นปีที่กระอัก ขายยากหรือเกิน สาวไทยเองก็ต้องประหยัดเช่นกัน เสื้อผ้า ข้าวของฟุ่มเฟือยต่างหยุดนิ่งอยู่ในShop ไม่สามารถทะลวงกระเป๋าเงินของสาวๆได้เหมือนปกติ
บางแบรนด์ที่ชื่อดังเหลือเกินสำหรับตลาดHi Street ถึงขั้นมีข่าวจะปิดตัวให้ได้ชวนขนหัวลุกว่า "แกขายไม่ได้ แล้วใครจะขายได้หล่ะ"
แต่ก็ไม่ใช่ทุกตลาดจะซบเซากันไปหมด สาวๆที่จน เครียด มีทางออกเสมอ
เครื่องสำอางค์ไง ถูกกว่ากระเป๋าแพงๆ รองเท้าเวอ่ร์ กันเห็นๆ ลิปสติกกลับมาขายดีขึ้นกว่าเก่าหน่อยนึง
คงเพราแท่งไม่กี่ตังค์ ตั้งแต่ 300 - 900 ยังไม่สะดุ้งสะเทือนเท่าไหร่ อย่างน้อยก็มีของมาให้เล่นใหม่ๆในวันรุ่งขึ้น
ตัวเองก็ซื้อ เครื่องสำอางค์ รองเท้าเดือนนี้ซื้อไปหนึ่งคู่แบบ คิดแล้วคิดอีกหลายตลบ เพราะไม่อยากใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่รู้น้ำมัน ผักปลา จะกลับมาแพงวันแพงคืนเมื่อไหร่
ก็ขอให้ทุกคนผ่านช่วงเลวร้าย ที่แอบซ่อนมาในบรรยากาศสนุกสนานของกรุงเทพเมืองฟ้าทองของเราแล้วกันนะคะ


#1 By wesong on 2009-02-07 00:00